วันนี้เข้าไปในบอร์ดแล้วเห็นพี่ๆในบอร์ดเค้าทะเลาะกันเรื่องการเมือง มี่เลยนึกถึงนิทานเรื่องนี้ อยากจะเล่านิทานเรื่องนี้ให้พี่ๆเค้าฟังจังเลย แต่ไม่อยากตั้งกระทู้ในบอร์ด โดนด่าบ่อยๆว่าตั้งกระทู้ไร้สาระ เห้อ บางทีก็เบื่อๆนะบอร์ด ไม่รู้อะไรนักหนา แต่ทำไมไม่รู้ ตัดไม่ขาดซักที มี่ก็อยากทำตัวให้มีประโยชน์บ้าง ไม่ได้อยากจะป่วนซักเท่าไหร่หรอก แต่ว่าพอมี่ทำอะไรไป ก็มีแต่คนว่าไม่ดี ว่างั้นๆงี้ๆ สู้มี่อยู่เงียบๆดีกว่า บอร์ดเค้าจะได้สงบๆกัน เห้อ บ่นพอแล้ว ฟังนิทานดีกว่า
“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีอากงแก่ๆอยู่คนนึ่งอยากจะสอนข้อคิดอะไรบางอย่างให้หลานๆตามปะสาคนแก่อากงจึงเรียกหลานๆทั้งสี่มานั่งล้อมโต๊ะสี่มุมแล้วบอกหลานทั้งสี่ว่าเอาล่ะหลานๆตอนนี้หลับตานะหลับตาพอหลานๆหลับตาอากงก็เดินเข้าไปห้องเก็บของแล้วหยิบโคมไฟเก่าๆมาอันนึ่งอากงเปิดฝาครอบจุดไฟแล้วปิดฝาครอบแล้วอากงก็บอกหลานทั้งสี่ว่าลืมตาขึ้นแล้วบอกอากงซิว่าโคมไฟสีอะไร? เด็กทั้งสี่ลืมตาขึ้นตอบไล่ๆกันตอบไม่เหมือนกันและเริ่มทะเราะกันคนที่นั่งด้านนึ่งบอกว่าสีแดงอีกด้านนึ่งบอกว่าเขียวสีเหลืองและน้ำเงินตามลำดับ
ทั้งสี่ทะเราะกันพักนึ่งก็มีเด็กคนนึ่งถามอากงว่าอากงทำไมของอย่างเดียวกันมีตั้งหลายสีอากงก็เลยบอกว่าเดี๋ยวนะอากงจะทำอะไรให้ดูอากงเดินมาที่โต๊ะหยิบฝาครอบแล้วหมุนให้ดูปรากฎว่าฝาครอบสี่ด้านสี่สีแดงเหลืองเขียวน้ำเงินหลังจากนั้นอากงก็บอกว่าเอ๊าตอนนี้บอกอากงซิโคมไฟสีอะไร? หลานๆตอบเหมือนกันคือสีของเปลวไฟอากงเลยบอกว่าเอาล่ะหลานอากงถามอะไรชักสองข้อนะ
ข้อที่1เมื่อสักครู่นี้ครั้งแรกใครผิด
หลานตอบว่าไม่รู้อากงบอกว่ารึว่าอากงผิดอากงเลยบอกอีกว่าฟังนะเจ้าทั้งสี่นั่งอยู่ในที่ เดียวกันมองของ อย่างเดียวกันในเวลา เดียวกันยังเห็นไม่เหมือนกันเลย
ทำไม? ทำไมถึงไม่มีใครผิดล่ะ
อากงเลยบอกว่าก็เพราะคนทุกคนมองจากมุมมองของตัวเองเห็นในสี่งที่ตัวเองเห็นแต่ถ้าเจ้าอยากเข้าใจว่าทำไมคนอื่นเห็นอย่างที่เขาเห็นเจ้าก็เดินไปมองที่มุมของเขาแล้วเราก็จะเห็นอย่างที่เขาเห็นแต่ถ้าลองนึกภาพนะ
เจ้าทั้งสี่นั่งอยู่ที่เดียวกันมองของอย่างเดียวกันไนเวลาเดียวกันยังเห็นไม่เหมือนกันเล๊ยในอนาคตเวลาที่อยู่ในสังคมเป็นไปได้มั๊ย
คนก็มองสี่งต่างๆไม่เหมือนกันเพราะฉนั้นเวลาที่คนคิดไม่เหมือนเราใครผิดในอนาคตนะเวลาที่เจ้าคิดไม่เหมือนคนอื่นอย่าไปโกรธว่าเขาผิด
แล้วก็อย่าไปกลัวว่าตัวเองผิดเพราะคนแต่ละคนก็เห็นสี่งต่างๆจากขอบข่ายประสบการณ์และสี่งแวดล้อมของตนเองแต่ถ้าเจ้าอยากเข้าใจว่าทำไมคนอื่นถึงคิดแบบนั้นเจ้าก็เดินไปมุมของเขาและเมื่อเจ้ายอมเข้าใจคนอื่นอาจเป็นไปได้ว่าคนอื่นก็อาจจะยอมที่จะเดินมาและเข้าใจเจ้า
คำถามที่2อากงบอกว่าที่เห็นครั้งแรกกับครั้งหลังเป็นของอย่างเดียวกันมั๊ย ?
หลานบอกว่าอย่างเดียวกัน
แล้วเห็นเหมือนกันมั๊ย?
ครั้งแรกเห็นอะไร?
หลานตอบว่าฝาครอบและครั้งหลังเห็นเปลวไฟ
อากงเลยบอกว่าหลานๆเอ๊ยในอนาคตถ้าเลือกได้นะอย่ามองสี่งต่างๆเพียงแค่ที่เห็นจงเข้าใจสี่งต่างๆอย่างที่เป็น
